8 เคล็ดลับ สินค้ายอดนิยม ขายยังไงให้รวย

เคล็ดลับการขายของ รีวิวการขายของ เทคนิคการขาย ขายอย่างไรให้รวยและดี

เที่ยวพม่ากับทัวร์พม่าไม่ไปไม่ได้แล้ว

ทัวร์พม่า1วันพม่า หรือ เมียนมา มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า หรือสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นรัฐเอกราชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับอินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาว และไทย หนึ่งในสามของพรมแดนพม่าที่มีความยาว 1,930 กิโลเมตรเป็นแนวชายฝั่งตามอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน ด้วยพื้นที่ 676,578 ตารางกิโลเมตร ประเทศพม่าเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 40 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พม่ายังเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 24 ของโลก โดยมีประชากรกว่า 60.28 ล้านคน นับแต่ได้รับเอกราชใน พ.ศ. 2491 ประเทศพม่าเผชิญกับหนึ่งในสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อที่สุดท่ามกลางกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่มากมายซึ่งยังแก้ไม่ตก ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 ถึง 2554 ประเทศพม่าอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร คณะผู้ยึดอำนาจการปกครองถูกยุบอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2554 หลังการเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ. 2553 และมีการตั้งรัฐบาลพลเรือนในนามแทน แต่ทหารยังมีอิทธิพลอยู่มาก
ประเทศพม่าอุดมไปด้วยทรัพยากร แต่เศรษฐกิจพม่าเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจด้อยพัฒนาที่สุดในโลก จีดีพีของพม่าอยู่ที่ 42,953 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยร้อยละ 2.9 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำสุดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดาและอีกหลายประเทศได้กำหนดการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อพม่า ระบบสาธารณสุขของพม่าเป็นหนึ่งในระบบสาธารณสุขที่เลวที่สุดในโลก องค์การอนามัยโลกจัดอันดับพม่าไว้อันดับที่ 190 ซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย
สหประชาชาติและอีกหลายองค์การได้รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบในพม่า รวมทั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การข่มขืนเป็นระบบ แรงงานเด็ก ทาส การค้ามนุษย์ และการขาดเสรีภาพในการพูด ในช่วงปีหลัง พม่าและผู้นำทหารได้ผ่อนปรนต่อนักเคลื่อนไหวประชาธิปไตและกำลังพัฒนาความสัมพันธ์อย่างก้าวหน้า

ขนาดและอาณาเขต
ประเทศเมียนมาร์มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ มีพื้นที่ 676,577 ตารางกิโลเมตร มีภูเขาคากาโบราซีซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลก (สูง 19,296 ฟุต) กั้นพรมแดนเมียนมาร์กับจีนทางทิศเหนือ ส่วนทางตะวันตก มีเทือกเขายะไข่โยมากั้นระหว่างแคว้นอัสสัมของอินเดียและบังคลาเทศกับพม่า ด้านตะวันออกของประเทศมีที่ราบสูงที่สำคัญ คือที่ราบสูงฉาน(Shan Plateau) ซึ่งมีความสูงประมาณ 4,000 ถึง 6,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล กั้นเมียนมาร์กับจีน ลาว และไทย นอกจากความสูงแล้ว ที่ราบสูงฉานยังมีขนาดใหญ่มากอีกด้วย โดยกินอาณาเขตถึง 1 ใน 4 ส่วนของพื้นที่ประเทศพม่าทั้งหมด
ภูมิอากาศประเทศเมียนมาร์มีอากาศแบบร้อนชื้น แต่ไม่ร้อนจัด มีภูมิอากาศคล้ายคลึงกับประเทศไทย
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือนมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคม
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ถึง เดือนตุลาคม
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนกุมภาพันธ์

ข้อควรรู้ก่อนไปพม่า
ถ้าพูดถึง “พม่า” แล้ว ตอนนี้กลายเป็นประเทศท่องเที่ยวยอดฮิตที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในหมูชาวไทยและชาวต่างชาติอื่นๆ มากมาย ด้วยความที่เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก พม่า จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทาง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวประเทศพม่านั้น สามารถเดินทางไปเที่ยวพม่าด้วยตัวเองหรือไปกับทัวร์ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัททัวร์จำนวนหลายแห่งที่มีบริการทัวร์พม่าทั้งแบบราคาถูกไปจนถึงราคาแพง โดยกิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยมส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การทัวร์ไหว้พระพม่า รองลงมาก็คือการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆภายในประเทศพม่า ทว่าก่อนเดินทางไปเที่ยวพม่านั้นนักท่องเที่ยวจะต้องมีการเตรียมตัวก่อนการเดินทางดังต่อไปนี้ครับ

การเตรียมตัวก่อนการเดินทางไปเที่ยวพม่า

การเตรียมพร้อมด้านร่างกาย การตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนที่จำเป็นให้ครบถ้วน รวมถึงเตรียมยาประจำตัวมาให้เพียงพอ เพราะการสาธารณสุขของเมียนมาร์ยังไม่ทันสมัยครับ

ทัวร์พม่า

การเตรียมพร้อมด้านการเงิน ระบบการเงินระหว่างประเทศของเมียนมาร์นั้น ต้องผ่านระบบธนาคารของรัฐเท่านั้นครับ และตู้เบิกเงินอัตโนมัติมีไม่แพร่หลาย อีกทั้งยังไม่รองรับการถอดเงินจากบัญชีในต่างประเทศ รวมถึงไม่มีการโอนเงินระหว่างประเทศ ดังนั้น เพื่อนๆ ก็ควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐมาให้เพียงพอ เนื่องจากโรงแรม และร้านค้าในเมียนมาร์ส่วนใหญ่จะไม่รับบัตรเครดิตหรือ Traveler’s Cheque สภาพของธนบัตรที่นำมาจะต้องอยู่ในสภาพใหม่ ไม่ยับ ไม่มีรอยขีดข่วน หรือเลอะสี และควรเป็นธนบัตรรุ่นใหม่ ทั้งนี้ ธนบัตร 100 ดอลลาร์สหรัฐที่หมายเลขขึ้นต้นด้วย CB โรงแรมและร้านค้าในเมียนมาร์อาจปฏิเสธที่จะไม่รับครับ

การตรวจลงตราและหนังสือเดินทาง

ผู้ที่จะเดินทางเข้าเมียนมาร์นั้นต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ และตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวหรือประเภทนักธุรกิจก็ได้ ทั้งนี้ สามารถขอรับการตรวจลงตราได้จากสถานทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย โดยทั่วไปมีอยู่3 ประเภท คือ

1. Tourist Visa หรือการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว มีอายุ 28 วัน
2. Business Visa หรือการตรวจลงตราประเภทธุรกิจอยู่ในเมียนมาร์ได้นาน 10 สัปดาห์ ผู้ที่ทำธุรกิจอยู่ในเมียนมาร์สามารถขอรับการตรวจลงตราแบบเข้า-ออกประเทศได้หลายครั้ง
3. Entry Visa (สำหรับเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ และแขกของหน่วยงาน/รัฐบาลเมียนมาร์) จะอยู่ในเมียนมาร์ได้ 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาร์ได้เปิดบริการ Visa on Arrival สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทาง 26 ชาติ รวมทั้งประเทศไทย โดยให้บริการเฉพาะการตรวจลงตราประเภท (1) Transit Visa (2) Business Visa (3) Entry Visa
ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mip.gov.mm อนึ่ง ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าเมียนมาร์เพื่อการท่องเที่ยว ยังจำเป็นต้องขอรับการตรวจลงตราที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ตามปรกติ

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะอยู่ในเมียนมาร์เกิน 4 สัปดาห์ จะต้องขอรับการตรวจลงตราสำหรับพำนักอยู่ในเมียนมาร์เป็นเวลานาน เรียกว่า Stay Permit อาจมีอายุใช้งานถึงหนึ่งปี และขอต่ออายุออกไปได้อีก การตรวจลงตราแบบเข้า-ออกประเทศได้หลายครั้งในช่วงหนึ่งปีนี้ก็มีเช่นกัน ท่านจะต้องยื่นเรื่องขอ Stay Permit จากกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของเมียนมาร์ก่อน ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในเมียนมาร์เกินกว่า 4 สัปดาห์จะต้องยื่น Departure Form (D Form) ต่อทางการเมียนมาร์ ก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศ

หมายเหตุ เด็กที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป จะต้องขอรับการตรวจลงตราของตนเองต่างหาก ถึงแม้จะใช้หนังสือเดินทางร่วมกับพ่อแม่ก็ตาม
การเข้าพำนักในเคหสถานของชาวเมียนมาร์ ระเบียบราชการกำหนดว่า ชาวต่างชาติจะต้องไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือสถานีตำรวจในท้องที่ที่ตนเดินทางเข้าไปพัก โดยปกติถ้าเข้าพักตามโรงแรม โรงแรมจะเป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้เองครับ แต่ถ้าไปขอค้างคืนตามวัดหรือบ้านคน จะต้องไปลงทะเบียนกับตำรวจด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทั้งกับตัวท่าน และผู้ให้ที่พักพิงกับท่านในภายหลังนั่นเองครับ

หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศเมียนมาร์เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อหรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น โดยสามารถลงทะเบียนกับแผนกกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ด้วยตนเองหรือแจ้งผ่านอีเมล์ thaiembassyygn@gmail.com
การต่ออายุ Stay Permit เอกสารที่สำคัญที่จะต้องใช้ในการต่ออายุ Stay Permit คือหนังสือรับรองจากกระทรวง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม/วัตถุประสงค์ที่ท่านเข้ามาพำนักในเมียนมาร์ว่ามาพำนักอาศัยในประเทศเมียนมาร์ การต่ออายุ Stay Permit ก็จะต้องไปติดต่อกับหน่วยงานของประเทศเมียนมาร์ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของท่าน เพื่อรับหนังสือรับรองสำหรับนำไปยื่นต่อกองตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Department) เช่น หากมาทำธุรกิจการค้าก็จะต้องไปขอหนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ของเมียนมาร์

หากมาทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวหรือโรงแรม ก็จะต้องไปขอหนังสือรับรองจากกระทรวงการท่องเที่ยวและโรงแรมของเมียนมาร์ สำหรับนักศึกษาต่างชาติก็ต้องขอหนังสือรับรองจากกระทรวงศึกษาของเมียนมาร์ เป็นต้น

ในการขอหนังสือรับรองจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง บริษัทนายจ้างจะต้องมาติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อขอเอกสารรับรองความเป็นคนไทย และขออำนวยความสะดวก ซึ่งบริษัทนายจ้างจะต้องนำเอาหนังสือเดินทางของคนไทยพร้อมสำเนา และหนังสือนำมายื่นต่อเจ้าหน้าที่กงสุล เพื่อออกหนังสือรับรองให้ต่อไป

เอกสารที่ต้องใช้ในการต่ออายุ Stay Permit มีดังนี้
1) หนังสือรับรองจากกระทรวง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง2) หนังสือเดินทาง
3) สำเนาหนังสือเดินทางหน้าที่มีการตรวจลงตราเข้าประเทศเมียนมาร์
4) หนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ
5) รูปถ่าย 3 ใบ พร้อมทั้งแบบคำร้อง
เมื่อยื่นเอกสารครบตามที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งวันมารับ Stay Permit ต่อไป ปกติจะใช้เวลาประมาณ2 สัปดาห์

ทัวร์พม่าย่างกุ้ง

การเดินทางสัญจรภายในประเทศเมียนมาร์

การเดินทางระหว่างเมืองในเมียนมาร์ หากเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากกรุงย่างกุ้ง สามารถเดินทางโดยทางรถได้ แต่สภาพรถ ทั้งรถประจำทาง และรถแท็กซี่ หรือรถตู้รับจ้าง โดยส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเก่า และคนขับรถส่วนมากไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ การใช้บริการแท็กซี่มีอย่างแพร่หลายในกรุงย่างกุ้งและเมืองใหญ่ต่าง ๆ แต่ผู้โดยสารควรต่อรองราคาก่อน

เนื่องจากรถแท็กซี่ทั่วไปจะไม่มีมิเตอร์ อีกทั้งสภาพถนนระหว่างเมืองต่างๆ ก็มีสภาพไม่ดีเป็นหลุม เป็นบ่อ โดยเฉพาะหน้าฝน เมียนมาร์มีรถไฟเชื่อมระหว่างจังหวัดที่สำคัญทั่วประเทศ ราคาถูก แต่ไม่สะดวกและใช้เวลาเดินทางนานมาก การเดินทางโดยสายการบินท้องถิ่นจึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

สำหรับการบินภายในประเทศจะสะดวกที่สุด แต่ตารางการบินอาจไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงเวลาทำการบินอย่างกะทันหันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติ ผู้โดยสารควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นผิดเที่ยวบินเนื่องจากทุกเที่ยวบินภายในประเทศใช้ประตู (gate) เดียวกัน ในช่วงฤดูฝน หรือฤดูมรสุม อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเที่ยวบินบ่อยครั้งเนื่องจากระบบสนามบินในต่างจังหวัดไม่มีระบบนำร่องโดยเฉพาะในภาคใต้ของเมียนมาร์ แต่สภาพของเครื่องบินและการบริการภายในเครื่องบินอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ข้อควรระวังในการพำนักอยู่ในเมียนมาร์

1) ไม่ควรพูดคุยเรื่องทางการเมืองของเมียนมาร์กับบุคคลทั่วไปที่ไม่รู้จักมักคุ้น
2) ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น หรือกางเกงขาสั้นในสถานที่สาธารณะ และในสถานที่สำคัญทางศาสนา
3) ไม่ควรถ่ายรูปในบริเวณสนามบิน สถานีรถไฟ และสถานที่ราชการก่อนได้รับอนุญาต เมื่อจะถ่ายรูปชาวเมียนมาร์ก็ควรขออนุญาตเช่นกัน
4) ควรมีความสำรวมในวัดและศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
5) ระมัดระวังการพูดเชิงลบเกี่ยวกับประเทศหรือชาวเมียนมาร์ในที่สาธารณะ เพราะมีชาวเมียนมาร์จำนวนมากที่เข้าใจภาษาไทยได้ดี
6) เมียนมาร์ได้เปลี่ยนชื่อประเทศแล้ว จึงไม่ควรใช้ชื่อเดิม (Burma) กับชาวเมียนมาร์
7) ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรจัดเตรียมยาประจำตัวมาด้วย
8) ควรระมัดระวังเลือกรับประทานอาหารและน้ำดื่มจากร้านที่สะอาดถูกสุขอนามัย โดยเฉพาะน้ำดื่ม ควรดื่มน้ำที่บรรจุในขวดปิดผนึกเรียบร้อย
9) ทางการเมียนมาร์อาจห้ามชาวต่างชาติเดินทางไปยังบางเมืองหรือบางพื้นที่ หากประสงค์ที่จะเดินทางไปเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวของเมียนมาร์ ควรตรวจสอบข้อมูลก่อน

การปฏิบัติตนเมื่อประสบปัญหา

ในกรณีที่ท่านเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย หากท่านประสบเหตุในต่างประเทศ ท่านสามารถขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ทันที
กรณีที่ท่านถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายของเมียนมาร์ ขอให้ท่านรีบติดต่อเจ้าหน้าที่กงสุล สถานเอกอัครราชทูตฯ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09 5090926 โดยขอให้ท่านแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้กับเจ้าหน้าที่กงสุล
ชื่อ นามสกุล หมายเลขหนังสือเดินทาง
วันที่เดินทางถึง และวัตถุประสงค์ในการเดินทางมาเมียนมาร์ ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของนายจ้าง (หากมี)
วัน เวลา และสถานที่ที่ถูกจับกุม โรงพักที่ท่านจะถูกนำตัวไปสอบสวน
ข้อหา และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการถูกจับกุมโดยย่อ
ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของญาติในประเทศไทย

สถานเอกอัครราชทูตฯ จะส่งเจ้าหน้าที่กงสุล และล่ามเดินทางไปดูแลความเป็นอยู่ และให้ความช่วยเหลือแก่ท่านตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนดในทันที

กรณีที่ท่านเป็นผู้เคราะห์ร้าย ขอให้ท่านรีบขอรับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กงสุล โดยเดินทางมาด้วยตนเอง (หากสามารถทำได้) โดยนำหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาแสดง อาทิ หนังสือเดินทาง ใบแจ้งความจากสถานีตำรวจพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ และแจ้งความประสงค์ในการขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตฯ (อาทิ ขอเดินทางกลับประเทศ ขอให้ติดต่อญาติในประเทศไทย) ซึ่งเจ้าหน้าที่กงสุลจะตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับ เพื่อหาทางช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป

กรณีอยู่เกินกว่าที่การตรวจลงตรากำหนดไว้ หากท่านพำนักอยู่ในเมียนมาร์นานเกิดกว่าที่กฎหมายกำหนด จะถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายการเข้าเมืองของเมียนมาร์ ซึ่งหากท่านอยู่เกินกำหนดไม่เกิน 2 สัปดาห์ ท่านสามารถชำระค่าปรับในอัตราวันละ 3 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ที่ท่าอากาศยานกรุงย่างกุ้งก่อนเดินทางออกจากเมียนมาร์ แต่หากอยู่เกินกำหนดมากกว่า 2สัปดาห์ ท่านอาจจะต้องชำระค่าปรับที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงย่างกุ้ง หรือในบางกรณีท่านอาจถูกจับกุมได้

กรณีการตรวจลงตราหมดอายุ หรือเป็นผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ท่านสามารถขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ทันที และควรหมั่นตรวจสอบอายุการตรวจลงตรา เพราะหากการตรวจลงตราหมดอายุท่านอาจถูกปรับ จำคุก และ/หรือเนรเทศกลับประเทศไทยได้

บทลงโทษในความผิดบางประการของเมียนมาร์

– คดียาเสพติด หากมีไว้เสพ ศาลจะพิพากษาจำคุกระหว่าง 7 – 15 ปี
– หากมีไว้จำหน่าย ศาลจะพิพากษาประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
– คดีประมง ศาลจะพิพากษาจำคุกระหว่าง 7 – 10 ปี (ไต้ก๋งเรือจะถูกจำคุกนานกว่าลูกเรือธรรมดา) และเสียค่าปรับอีกจำนวนหนึ่ง
– คดีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ศาลจะพิพากษาจำคุก 1 – 3 ปี
– คดีอาวุธปืน ศาลจะพิพากษาจำคุกระหว่าง 2 – 12 ปี

หลังจากรู้กฏระเบียบต่างๆและการเตรียมตัวไปพม่าแล้วก็ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในพม่าที่น่าสนใจ หรือท่านสามารถซื้อทัวร์พม่าเพื่อเดินทางมาท่องเที่ยวก็จะได้รับความสะดวกสบายเช่นกัน

มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง

ทัวร์พม่า1วัน

ทางการพม่าให้ข้อมูลว่า พระเจดีย์ชเวดากองได้เริ่มสร้างมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยที่พระพุทธเจ้าทรง ตรัสรู้ หรือเมื่อประมาณ 2,595 ปีมาแล้ว ในสมัยที่ย่างกุ้งยังเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าเมืองอสิตันชนะหรืออีกชื่อหนึ่งคือเมืองโอกกะละ โดยได้มีพ่อค้าชาวมอญ 2 คนชื่อว่าตผุสสะและภัลลิกะได้เดินทางไปค้าขายยังประเทศอินเดีย ทั้งสองได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าซึ่งกำลังประทับอยู่ใต้ต้นพระศรีมหา โพธิ์ และได้ถวายภัตตาหารแด่พระองค์ด้วย หลังจากเสวยเสร็จแล้ว พระพุทธเจ้าได้ประทานพระเกศาให้ 8 เส้น เมื่อตผุสสะและภัลลิกะเดินทางกลับ พระราชาแห่งอเชตตะได้ขอแบ่งพระเกศธาตุไป 2 เส้น พญานาคขอไปอีก 2 เส้น เมื่อเดินทางกลับถึงเมืองอสิตันชนะ พระเจ้าโอกกะละปะก็ได้ทรงประกอบพิธีต้อนรับพระเกศธาตุอย่างยิ่งใหญ่ และได้ทรง คัดเลือกสถานที่บนเขาสิงฆุตตระนอกประตูเมืองอสิตันชนะให้เป็นที่สร้างพระ เจดีย์เพื่อบรรจุพระเกศธาตุ แต่ขณะที่กำลังทำการขุดดินก่อสร้างนั้น ก็ได้ค้นพบ พระบริโภคเจดีย์ของอดีตพระพุทธเจ้าองค์อื่น ๆอีก 3 พระองค์ด้วย คือไม้ธารพระกร ภาชนะสำหรับใส่น้ำ และสบง จึงได้บรรจุของทั้งหมดนี้ในพระเจดีย์พร้อมกับพระเกศธาตุด้วย แต่ก่อนที่จะบรรจุ ก็ค้นพบด้วยว่า พระเกศธาตุกลับมี 8 เส้นดังเดิม พระเกศธาตุได้บรรจุไว้ภายในเจดีย์ทอง เงิน ดีบุก ทองแดง ตะกั่ว หินอ่อน และเหล็กตามลำดับ เสร็จแล้วจึงสร้างเจดีย์อิฐสูงประมาณ 66 ฟุตครอบไว้ภายนอก จากนั้นก็มีการสร้างเจดีย์ครอบองค์เดิมในรัชสมัยของกษัตริย์ต่าง ๆ รวมถึง 7 ครั้งด้วยกัน เจดีย์ชเวดากอง พม่าโดย ในสมัยพระนางเชงสอบูแห่งกรุงหงสาวดีก็ได้ทรงบริจาคทองคำถึง 40 กิโลกรัม ซึ่งเท่ากับน้ำหนักของพระองค์ในการก่อสร้างพระเจดีย์ที่มีรูปร่างเหมือนใน ปัจจุบันเป็นครั้งแรก ส่วนพระเจ้าธรรมเจดีย์ซึ่งครองราชย์ต่อจากพระนางเชงสอบู ก็ได้บริจาคทองในการก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์ และพระมเหสีรวมกันด้วย ทั้งยังได้ทรงสร้างจารึกเล่าประวัติของพระเจดีย์ชเวดากองเป็นภาษาพม่า มอญและบาลีไว้ด้วย

พระธาตุอินทร์แขวน

ทัวร์พม่าพระธาตุอินแขวง

พระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจ้ก์ทิโย หมายถึง หินรูปหัวฤๅษี เป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ คล้ายว่าจะหล่นลงมา แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะตกลงมาแต่อย่างใด จึงเป็นความอัศจรรย์ที่เชื่อกันว่า เป็นหินที่พระอินทร์นำมาแขวนเอาไว้ และยังมีเจดีย์ที่สร้างไว้บนก้อนหิน ที่จำลองให้เป็นพระเกศแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่ใครเกิดปีนี้ต้องหาโอกาสไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ตำนานเล่าขาน
มีอยู่สองตำนานด้วยกัน ตำนานแรก เล่าว่ามีฤาษีพี่น้องสองตน ได้บำเพ็ญเพียรและมีบุญได้ครอบครองพระเกศาคนละ 1 เส้น โดยแยกกันไปบำเพ็ญเพียรบนยอดเขา โดยตอนค่ำของทุกวันจะองส่งสัญญาณไฟไปยังยอดเขาอีกลูกเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ อยู่มาวันหนึ่งฤาษีผู้พี่ไม่ได้รับสัญญาณไฟเหมือนเช่นเคย จึงได้เดินทางไปยอดเขาที่ฤาษีผู้น้องอยู่ และพบว่าน้องเสียชีวิตแล้ว จึงได้เก็บพระเกศาอีกเส้นซ่อนไว้ในมวยผมของตัวเองและกลับไปบำเพ็ญเพียรที่เดิม และเกิดคิดขึ้นมาได้ว่า ตนก็ต้องตายสักวันหนึ่ง แล้วจะทำอย่างไรดีกับพระเกศาทั้งสองเส้น จึงบำเพ็ญเพียรจิตขอให้พระอินทร์ช่วยหาสถานที่เหมาะสมในการบรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้าไว้ในที่สูงที่สุด พระอินทร์จึงได้ก้อนหินจากทะเลลึก นำมาแขวนไว้บนเขา และดลใจให้ฤาษีมาพบเข้า จึงได้นำเอาพระเกศาของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐานไว้ที่ก้อนหินนี้ และเรียกกันต่อกันมาว่า “พระธาตุอินทร์แขวน”
ตำนานที่สองเล่าว่า มีฤาษีติสสะผู้หนึ่งได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า โดยมอบไว้เป็นตัวแทนของพระองค์เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ โดยฤาษีติสสะได้นำไปซ่อนไว้ในมวยผม พอถึงเวลาที่จะต้องละสังขาร ก็มีความตั้งใจว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของตน จึงขอให้พระอินทร์ช่วยหาก้อนหินลักษณะดังกล่าว โดยพระอินทร์ก็ได้ก้อนหินมาจากใต้ท้องมหาสมุทร แล้วนำมาวางไว้บนภูเขาหิน แต่ไม่ได้วางแบบธรรมดา ลักษณะเหมือถูกนำมาแขวนไว้ จึงได้ชื่อว่า พระธาตุอินทร์แขวน
ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า ในสมัยก่อนตอนที่สร้างพระธาตุอินแขวนเสร็จใหม่ๆ หินดังกล่าวลอยอยู่กลางอากาศ ขนาดที่ว่า ไก่สามารถเดินลอดใต้ก้อนหินได้ แต่เนื่องจากคนทำบาปกันมาก ก้อนหินจึงหนักลง เหลือเพียงนกพิราบที่สามารถลอดได้ และคนก็ทำบาปมากขึ้นเรื่อยๆ เหลือเพียงนกกระจอกลอดได้ ต่อมาเหลือเพียงเส้นด้ายลอดได้ ก่อนที่จะติดพื้นในที่สุด

มหาเจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม

ทัวร์พม่าราคาถูก

มหาเจดีย์ชเวซิกอง(Shwezigon Paya ) เจดีย์ทองเรืองรอง ณ ริมฝั่งแม่น้ำอิระวดีตอนบน เขตเมืองพุกาม อาณาจักรแรกที่ชนชาติพม่ายิ่งใหญ่ขึ้นในลุ่มน้ำนี้เมื่อกว่า 900 ปีก่อน พระมหาธาตุเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) เป็นเจดีย์ใหญ่ สวยงาม ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศพม่า เป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวพม่าและชาวไทย ตั้งอยู่ที่เมืองพุกาม โดยชื่อ “ชเวสิกอง” มีหมายความว่า “เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ” (ชเว = ทอง) สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ แต่แล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาแห่งอาณาจักรพุกาม ภายในเจดีย์เชื่อว่าบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาจากลังกา บนหลังช้างเผือก พระเจ้าอโนรธามังช่อได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น
จุดที่สร้างเจดีย์ เกิดจากช้างเสี่ยงทายของพระเจ้าอโนรธาเดินมาหยุดอยู่ ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี จึงเฉลิมนาม “ชเวสิกอง” หรือในสำเนียงพม่าว่า “ชเวซีโข่ง” แปลตรงตัวว่าเจดีย์ทองบนพื้นทรายเจดีย์ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของพม่าที่มีเหนือมอญ และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาในศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ที่สำคัญคือเป็นเจดีย์บรรจุพระทันตธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวพม่าจึงนับถือเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดในจิตใจ
พุทธลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ประดับลายงดงามด้วยเฟื่องอุบะ และแถบคาดรอบองค์ระฆังที่เรียกว่า “รัดอก” แซมลวดลายประดับทั้งขอบล่างและขอบบน องค์เจดีย์หุ้มด้วยแผ่นทอง ตั้งบนฐาน 3 ชั้น รวมความสูงจากฐานถึงยอด 53 เมตร หรือกว่า 170 ฟุต รอบระเบียงมีภาพแผ่นเคลือบปูนปั้นเล่าเรื่องในนิทานชาดกสอนใจคน รอบฐานเจดีย์มีวิหารโถงประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ ถือเป็นศิลปะพุกามรุ่นแรกที่ได้รับอิทธิพลจากมอญ เจดีย์นี้เริ่มสร้างสมัยพระเจ้าอโนรธามหาราช (พ.ศ.1587 – 1620) มาเสร็จสิ้นสมัยพระเจ้าจันสิตตา (พ.ศ.1627 – 1656) รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์พุกาม
ที่น่าสนใจคือบริเวณลานหน้าบันไดทางขึ้นสู่เจดีย์ทิศตะวันออก มีหลุมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ลึก 2 นิ้ว ใส่น้ำไว้สำหรับนั่งคุกเข่ามองเงายอดเจดีย์ที่สะท้อนลงผิวน้ำ หลุมนี้ทำขึ้นใหม่เมื่อมีการเทปูนที่ลานรอบองค์เจดีย์ แต่ชาวพม่าเล่าขานว่าตรงจุดนี้เคยมีหลุมมาตั้งแต่สมัยพุกามแล้ว เจดีย์ชเวสิกองถูกบูรณะในสมัยต่อมาอีกหลายครั้ง เจดีย์ชเวสิกองเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำพื้นผิวภายนอกถูกปิดด้วยทองคำเปลว
เจดีย์ชเวสิกองมีความอัศจรรย์ 9 ประการของพระมหาธาตุชเวสิกอง คือ
1. ยอดพระเจดีย์ไม่มีการใช้เหล็กเสริม
2. กระดาษห่อแผ่นทองคำเปลวที่นำไปปิดส่วนยอดพระเจดีย์ จะไม่ปลิวพ้นฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์
3. เงาพระเจดีย์จะไม่ล้ำออกนอกฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ (ถ้าเงาล้ำออกไป ถือว่าเป็นลางร้าย)
4. ภายในเขตองค์พระเจดีย์ สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ไม่จำกัดจำนวน (ไม่เคยเต็ม)
5. มีการให้ทานด้วยข้าวสุกร้อน ๆ ทุกเช้า (ไม่ว่าเราจะตื่นเช้าสักเพียงใด จะพบข้าวสุกในบาตรอยู่ก่อนหน้าเราเสมอ)
6. เมื่อตีกลองใบใหญ่จากด้านหนึ่งของพระเจดีย์ จะไม่สามารถได้ยินเสียงกลองจากด้านตรงข้าม
7. แม้พระเจดีย์จะตั้งอยู่บนพื่นราบ แต่เมื่อมองจากภายนอก จะเกิดภาพลวงตาคล้ายพระเจดีย์ตั้งอยู่บนที่สูง
8. ไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด จะไม่มีน้ำฝนขังอยู่ในอาณาเขตขององค์พระเจดีย์
9. มีต้นพิกุล (Khaye หรือ Chayar) ซึ่งจะออกดอกตลอดทั้งปี (ปรกติจะออกปีละครั้ง)

พระมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์

ทัวร์พม่า1วัน

พระมหามัยมุนี หรือที่คนเมียนมาเรียกว่า พระมหาเมียะมุนี แปลว่า “ผู้รู้อันประเสริฐ” (The Great Sage) เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดหนึ่งในห้าของประเทศเมียนมาร์ อันได้แก่ เจดีย์ชเวดากอง (เมืองย่างกุ้ง), เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือพระธาตุมุเตา (เมืองหงสาวดี), พระธาตุอินทร์แขวน (เมืองไจ่ท์โถ่) และเจดีย์ชเวสิกอง (เมืองพุกาม) จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดทั้งหมดที่ว่ามานั้นพระมหามัยมุนีเป็นพระพุทธรูปเพียงหนึ่งเดียว
พระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2.5 เมตร สูง 4 ฟุต 7 นิ้ว หนัก 6.5 ตัน ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดมหามัยมุนี (Mahamuni Temple) เมืองมัณฑะเลย์ ชื่อเดิมของวัดคือ ปยกยี (Payagyi) หมายถึง วัดยะไข่ เพราะแต่เดิมพระมหามัยมุนีประดิษฐานอยู่ที่ยะไข่ ซึ่งพระจันทสุริยะ กษัตริย์ชาวยะไข่ แห่งเมืองธรรมวดี โปรดฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อประมาณปี พ.ศ.688-689
เรื่องเล่าเกี่ยวกับพระมหามัยมุนี
ประวัติความเป็นมาของพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเมียนมาองค์นี้น่าสนใจไม่น้อยตำนานเล่าว่า…
สร้างขึ้นสมัยพุทธกาล โดยกษัตริย์แห่งเมืองยะไข่ ซึ่งก่อนที่จะสร้าง กษัตริย์พระองค์นั้นทรงพระสุบินว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทานพรให้พระพุทธรูปองค์นี้เป็นตัวแทนของพระองค์เพื่อเป็นเครื่องสืบพระศาสนาภายภาคหน้า ในช่วงที่เมืองยะไข่ถูกโจมตีโดยกษัตริย์เมืองอื่นแต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ออกจากเมืองยะไข่ได้ จนมาถึงในสมัยพระเจ้าปดุง แห่งราชวงศ์คองบองสามารถตียะไข่ได้จึงอัญเชิญพระมหามัยมุนีออกจากยะไข่มาประทับที่มัณฑะเลย์ได้สำเร็จในปีพ.ศ. 2327 พระมหามัยมุนีจึงได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองมัณฑเลย์นับแต่นั้น แต่ปัจจุบันเมียนมายังเรียกพระมหามุนีอีกชื่อหนึ่งว่าพระยะไข่

หาดซวงทา เมืองปะเต็น เขตอิระวดี

ทัวร์พม่า

หาดซวงทา หรือ เซาทา เป็นชายหาดที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน อยู่ในเขตหมู่บ้านซวงทา ซึ่งล่าสุดได้ขึ้นชื่อว่า มีรีสอร์ทติดทะเลที่กำลังมาแรงเป็นที่นิยม นอกจากนี้ หาดซวงทายังมีชื่อเสียงเรื่องอาหารทะเลสดและสามารถต่อรองราคาได้ และยังเป็นชายหาดแห่งเดียวในพม่า ที่มีเจดีย์ตั้งอยู่ริมทะเล ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปเยือนมากที่สุด คือ ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายน ทะเลพม่าของเปรียบได้กับทะเลไทยเมื่อครั้งที่มีความสวยงาม เงียบสงบ และปราศจากการบุกรุกของเหล่าโรงแรม รีสอร์ท รวมไปถึงสถานบันเทิงต่างๆ ซึ่งนั่นอาจเป็นข้อ ดีของการที่พื้นที่บางส่วนของพม่ายังขาดการพัฒนา เหตุนี้ทะเลของพม่ายังคงมีความสวยงาม หาดทรายขาวสะอาดและน้ำใสสะอาด ปราศจากปฏิกูลและสารเคมีที่ส่งผล กระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมเหมือนๆกับทะเลบางแห่งของบ้านเรา หาดซวงทา หรือ หาดเซาทา เป็นชายหาดที่อยู่ในเขตพื้นที่ของหมู่บ้านซวงทา (Chaungtha Village) ในเมืองปะเต็น (Pathein) ซึ่งเป็นเมืองในเขตอิระวดี (Ayeyarwaddy Region) โดยหมู่บ้านซวงทานั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นบีชรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจาก ย่างกุ้ง(Yangon) โดยใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง โดยฤดูกาลท่องเที่ยวคือในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายนของทุกๆปี หาดซวงทา มีชื่อเสียงในด้านอาหารทะเลสดๆที่ราคาสามารถต่อรองได้ (แล้วแต่ความสามารถในการต่อรองของลูกค้า) รวมไปถึงเป็นชายหาดแห่งเดียวในพม่าที่มีเจดีย์ ขนาดเล็กตั้งอยู่ริมทะเล โดยเจดีย์ถูกสร้างขึ้นบนภูเขาหินปูนขนาดเล็กซึ่งอยู่บริเวณทางตอนใต้สุดของหาด นอกจากนี้แล้วบริเวณหาดซวงทายังมีหมู่บ้านชาวประมง จุดขายสินค้าที่ระลึกจำพวกเปลือกหอยทะเล รวมไปถึงป่าโกงกางยักษ์ ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่ได้รับ ความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวอีกด้วย… ประเทศพม่าอุดมไปด้วยทรัพยากร แต่เศรษฐกิจพม่าเป็นหนึ่งในภาษาพม่ามาตรฐานคือสำเนียงย่างกุ้ง ภาษาถิ่นในพม่าภาคเหนือและภาคใต้จะต่างจากภาษากลาง ภาษาถิ่นในเขตยะไข่หรืออารกัน ยังมีเสียง /ร/ แต่สำเนียงย่างกุ้งออกเสียงเป็น /ย/ ภาษาพม่าแบ่งอย่างกว้างๆได้ 2 ระดับ คือระดับทางการใช้งานวรรณคดี งานราชการและวิทยุกระจายเสียง ระดับไม่เป็นทางการใช้ภายในครอบครัวและกับเพื่อน พระภิกษุชาวพม่ามักพูดกันเองด้วยภาษาบาลี ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา เศรษฐกิจด้อยพัฒนาที่สุดในโลก จีดีพีของพม่าอยู่ที่ 42,953 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยร้อยละ 2.9 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำสุดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดาและอีกหลายประเทศได้กำหนดการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อพม่า ระบบสาธารณสุขของพม่าเป็นหนึ่งในระบบสาธารณสุขที่เลวที่สุดในโลก องค์การอนามัยโลกจัดอันดับพม่าไว้อันดับที่ 190 ซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย

 

สำหรับท่านที่มีเวลาไม่มากยังมีทัวร์พม่า1วันด้วยนะคะ ซึ่งจะมารีวิวให้ในตอนหน้าค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.greenlandholidaytour.com

Next Post

Previous Post

Leave a Reply

© 2018 8 เคล็ดลับ สินค้ายอดนิยม ขายยังไงให้รวย

Theme by Anders Norén